โรงเรียนบ้านหนองช้างคืน ต.หนองช้างคืน อ.เมือง จ.ลำพูน 51150
 
เกี่ยวกับเรา / About Us

 
ประวัติสาวบัวตอง(สาวงามแห่งหนองช้างคืน)
 
 

สาวบัวตอง

            เมื่อประมาณเกือบ 100 ปีมาแล้ว   ที่บ้านหนองช้างคืน   มีหญิงสาวสวยผิวพรรณผุดผ่อง   กิริยาอัธยาศัยอ่อนโยน  รูปร่างสมส่วนอรชรอ้อนแอ้นสมเป็นหญิงสวย  ชื่อว่า บัวตอง   มีอาชีพทำนาทำสวน   ใช้ชีวิตตามแบบอย่างสตรีชาวเหนือโบราณ ต้องตำข้าวโดยใช้ครกกระเดื่อง  และใช้หูกทอผ้าใช้เอง   บางครั้งก็มีบ่าว(ผู้ชายที่ยังไม่แต่งงาน) มาเที่ยวหาสาวเพื่อเกี้ยวพาราสีเสมอๆ   ในบรรดาหนุ่มๆที่มาเที่ยว  นอกจากจะเป็นคนในละแวกบ้านเดียวกัน  ยังปรากฏว่ามีหนุ่มเชื้อเจ้าผู้ครองนครลำพูนมีชื่อว่า เจ้าคุ้ม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า  เจ้าน้อยพรหม  เพราะตอนที่ท่านบรรพชาเป็นสามเณร  มีฉายาว่า พรหมปญโญ  เมื่อลาสิกขาบทแล้วจึงนิยมใช้คำว่า น้อย นำหน้าชื่อ  เป็นเจ้าน้อยพรหม ถ้าลาสิกขาบทจากพระภิกษุ  จะเรียกนาม หนาน นำหน้าชื่อ  ตามธรรมเนียมของชาวเหนือ 

           เจ้าน้อยพรหมเป็นราชบุตรของเจ้าชัยลังกา  พิศาลโสภาคยคุณ   เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์ที่  6  กับเจ้าแม่หมอกแก้ว  และเป็นอนุชาต่างมารดาของเจ้าดาราดิเรกรัตน์ไพโรจน์   เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์ที่  7

          ในการเที่ยวหาสาวบัวตองของเจ้าน้อยพรหม   ปรากฏว่าทั้งสองคนเกิดชอบพอกันจนกลายเป็น " ตัวพ่อตัวแม่"(คู่รัก) ของกันและกัน  เจ้าน้อยพรหมจึงเป็นแขกประจำบ้านสาวบัวตองตั้งแต่นั้นมา  บัวตองก็ให้การต้อนรับเจ้าน้อยพรหมด้วยกิริยาอันอ่อนน้อมละมัย  ตามแบบสาวเหนือ  จนเป็นที่ต้องพระทัยของเจ้าน้อยพรหมเป็นอย่างยิ่ง   ส่วนเจ้าน้อยพรหมก็มีน้ำใจดีงาม   ให้การช่วยเหลือเกื้อกูลแก่สาวบัวตองเป็นอย่างดี   จะขัดใขบัวตองสักนิดก็หาไม่  ทั้งสองผูกสมัครรักใคร่กันอย่างดูดดื่มแน่นแฟ้น  ต่างก็ตั้งใจไว้อย่างแม่นมั่นว่า  จะครองรักกันและอยู่ร่วมกันจนกว่าวาระสุดท้ายแห่งชีวิตจะมาถึง

          วันหนึ่ง   มีช้างพังตัวหนึ่งเข้ามาอาละวาดในเขตนครลำพูนด้านทิศเหนือและล่องมาเรื่อยๆ จนถึงหมู่บ้านหนองช้างคืน  ช้างได้ทำลายครดกระเดื่อง  ฉางข้าว เรือกสวนไร่นาของชาวบ้าน  ได้รับความเสียหายประเมินค่าไม่ได้  วันนั้นเจ้าน้อยพรหมก็ได้มาบ้านสาวบัวตอง  เมื่อทราบข่าวของช้างทำลายข้าวของเสียหาย   เจ้าน้อยพรหมมิรอช้า  ก็คว้าดาบกระโดดออกจากบ้านสาวคนรักไปไล่ช้างตัวนั้น   ความประสงค์เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชาวบ้าน   เจ้าน้อยพรหมจึงยกดาบขึ้นฟันช้างเชือกนั้น   เพื่อป้องกันตนเอง   ปรากฏว่าช้างวิ่งเตลิดไปอย่างไม่คิดชีวิตจนพ้นเขตบ้านหนองช้างคืน  และได้ถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา 

        ต่อมา เจ้าราชสัมพันธวงค์  ไปพักผ่อนที่บ้านภรรยา  ณ บ้านเมืองเลน  แคว้นสันทราย (อ.สันทรายปัจจุบัน)เจ้าแม่ทับทิพย์เกสรก็รับสั่งให้เจ้าราชสัมพันธวงค์  (อนุชาของพ่อเจ้าอินทรวิชยานนท์)  ให้มีสุภสาส์นในนามของพ่อเจ้าอินทรวิชยานนท์  ถึงเจ้าดาราดิเรกรัตน์ไพโรจน์   ความว่า  ขอส่งตัวเจ้าน้อยพรหมไปเชียงใหม่  เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตายของช้างอีกครั้งหนึ่ง   ส่วนเจ้าดาราดิเรกรัตน์ไพโรจน์   ทรงคิดว่าไม่มีเรื่องอะไรอีก   เพราะได้จัดการลงโทษเจ้าน้อยพรหมดั่งเจ้าราชสัมพันธวงค์ทูลไว้แล้ว    จึงส่งตัวเจ้าน้อยพรหมไปเชียงใหม่  พร้อมกับคนเดินหนังสือคนนั้น  หวังจะให้เข้าเฝ้าพ่อเจ้าอินทรวิชยานนท์  ตามข้อความในสุภสาส์นฉบับนั้น

        การเดินทางจากลำพูนไปเชียงใหม่สมัยนั้น   ใช้เส้นทางผ่านหมู่บ้านหนองช้างคืน  ด้วย  และผ่านบ้านหัวฝาย  น้ำโจ้  ไปทางสุสานช้างคลาน  แล้วจึงถึงเชียงใหม่   ก่อนจะผ่านหมู่บ้านหนองช้างคืนไปนั้น  เจ้าน้อยพรหมก็ขอแวะบ้านบัวตองสาวคนรัก   เพื่อเป็นการบอกข่าวเดินทางไปเชียงใหม่ให้คนรักทราบ    ฝ่ายสาวบัวตองก็ได้อวยชัยอวยพรให้แก่เจ้าน้อยพรหม  โดยมีพวงมาลัยดอกมะลิอันหอมกรุ่นมอบให้เจ้าน้อยพรหม  ติดตัวยามเดินทาง  และทั้งสองก็ได้ล่ำลากันอย่างสุดซึ้ง  เหมือนจะเป็นการบอกลางร้ายและเก็บมาลัยดอกมะลิแนบใจไว้ที่กระเป๋าเสิ้ออกซ้าย    เจ้าน้อยพรหมได้มอบแหวนวงงามให้กับบัวตองไว้เช่นกัน    เมื่อถึงเชียงใหม่   เจ้าแม่ทับทิพย์เกษรกลับงดการสอบสวน   และรับสั่งเจ้าอุปราชบุญทวงค์ให้ประหารชีวิต   ก่อนที่เพชรฆาตจะลงดาบ   เจ้าน้อยพรหมได้เรียกนายหนังสือซึ่งเดินทางมาร่วมกันให้เข้ามาหา   แล้วมอบพวงมาลัยดอกมะลิไปให้สาวบัวตองแห่งบ้านหนองช้างคืน   เจ้าอุปราชบุญทวงค์พร้อมกับหนุ่มคนหาญ   จึงจัดการประหารชีวิตเจ้าน้อยพรหม   ณ   ทุ่งหัวคน   หรือหนองปลาสะเด็ด   ตำบลท่าวังตาล   อันเป็นดินแดนทหารของนครพิงค์นั่นเองทั้งนี้โดยมีหนานปัญญา   เป็นเพชรฆาตตัดคอเจ้าน้อยพรหมต่อหน้าเจ้าแม่ทับทิพย์เกษรในความผิดฐานฆ่า   "พังแม่คำปิ๋ว"   ดังกล่าว

         เจ้าดาราดิเรกไพโรจน์   เป็นเจ้าครองนครลำพูน   ทรงเสียพระทัยอย่างสุดซึ้งถึงกับไม่ยอมไปรับศพของเจ้าน้อยพรหม   เจ้าทับทิพย์เกษรจึงรับสั่งให้ฝังไว้   ณ   ที่ประหารนั้น   และการณ์นั้นได้ทราบถึงเจ้าสัมพันธวงค์   ก็ทรงเศร้าพระทัยอย่างสุดซึ้งเช่นกัน   ที่เจ้ามีส่วนแห่งการสิ้นชีวิตของเจ้าน้อยพรหม   ทั้งเจ้าดาราดิเรกรัตน์ไพโรจน์และเจ้าสัมพันธวงค์   ไม่ไปเยือนคุ้มของเจ้าแม่ทับทิพย์เกษร   ได้เหินห่างจากกันตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

         สุดแสนสงสารบัวตอง   สาวคนรักของเจ้าน้อยพรหม   เมื่อทราบข่าวการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของเจ้าหนุ่มคนรัก   และได้พวงมาลัยดอกมะลิแห้งเฉาขิงเจ้าน้อยพรหมบัวตองก็ร้องไห้กลิ้งเกลือกพรางคร่ำครวญน่าเวทนายิ่งนัก   บัวตองสาวผู้ต่ำต้อยแห่งบ้านหนองช้างคืนคงคิดว่าถ้ามีชีวิตในโลกนี้จะมีประโยชน์อะไร   ถ้าไม่มีผู้เป็นที่รัก   หรือ   บัวตองจะเกิดมาเพื่อรักเดียวใจเดียว   และถือความรักเป็นสรณะ   ในรุ่งของวันต่อมา   มีผู้พบดรุณีน้อยนางหนึ่งอยู่ในชุดดำผูกคอตายกับกิ่งไม้อย่างน่าสังเวชใจ   ในมือถือพวงมาลัยดอกมะลิพวงหนึ่ง   ที่นิ้วนางข้างซ้ายสอดสวมแหวนวงงาม   หญิงคนนั้นคื   "บัวตอง"   สาวคนรักของเจ้าน้อยพรหมนั้นเอง

         ถึงแม้กาลเวลาจะล่วงเลยไปชั่วอายุคนเศษแล้วก็ตาม   ที่ทุกวันนี้   หากอาคันตุกะคนใดไปเยือนหมู่บ้านหนองช้างคืน   หมู่บ้านพัฒนาอาสาสมัครแห่งลำพูน   นอกจากจะเห็นลำไยพันธุ์ดี   นารีงาม   น้ำไหล   ไฟสว่าง   ทางพัฒนาแล้ว   บางที่ท่านอาจจะได้ฟังนิยายรักอมตะอันแสนเศร้า   จากชีวิตจริงของหญิงสาวผู้ต่ำต้อยกับเจ้าน้อยพรหมผู้อาภัพแห่งหริภุญไชยนคร   และแล้วเขาจะให้สมญานามแก่หญิงสาวว่า

"บัวตอง...ผู้เกิดมาเพื่อรักเดียว...ใจเดียว"

         โดย nid@nongchangkuen.com  และขอขอบคุณ อ.เพ็ญศรี  บุญทวี ที่ให้ข้อมูล

 
 
 
 
 

โรงเรียนบ้านหนองช้างคืน
อ.เมือง จ.ลำพูน 51150
โทร. 0-5354-1400
e-mail : nid@nongchangkuen.com

เว็บไซต์โรงเรียนหนองช้างคืนจัดทำและดูแลโดย อ.กัลยารัตน์ ณ วันจันทร์

Developed By www.web.cmprice.com

cmprice.com