โรงเรียนบ้านหนองช้างคืน ต.หนองช้างคืน อ.เมือง จ.ลำพูน 51150
 
E-Learning โรงเรียนบ้านหนองช้างคืน

 
แบบทดสอบวิชาดนตรี ชั้น ม.2 รร.หนองช้างคืน ภาค1
 
 

 

แบบทดสอบปลายภาคเรียนที่ 1โรงเรียนบ้านหนองช้างคืน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำพูน เขต 1
วิชา ดนตรี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2           คะแนนเต็ม      75      คะแนน
……………………………………………………………………………………..
คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกตอบข้อ ก ข ค หรือ ง ที่เห็นว่าถูกต้อง
1.       จังหวะสุดท้ายในดนตรีไทย ข้อใดถูกต้อง
ก.      จังหวะเคาะสามัญ                                               ข. จังหวะฉิ่ง
ค.    จังหวะเคาะ                                                         ง. จังหวะตก
2.       เพลงในข้อใดหมายถึงจังหวะหน้าทับพิเศษในเพลงไทย
ก.    เพลงเชิด                                                              ข. เพลงรัว
ค.    เพลงที่ใช้ประกอบการฟ้อนรำ                        ง. ถูกทุกข้อ
3.       ข้อใดหมายถึงจังหวะช้า ในดนตรีสากล
ก.     Largo                                                                  ข. Andante
ค.     Allegro                                                               ง. Presto
4. บันไดเสียงของไทยเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ ทาง” ข้อใดหมายถึงบันไดเสียงลา ในดนตรีสากล
        ก. ทางออล่าง                                                       ข. ทางกลางแหบ
        ค. ทางกรวด                                                         ง. ทางชวา
5. ข้อใดหมายถึง ความแตกต่างของเสียงในดนตรีสากล
                ก. ความเข้มของเสียง                                         ข. คุณภาพของเสียง
                ค. ระดับเสียง                                                       ง. ความยาวของเสียง
6. ทิศทางการขับเคลื่อนของระดับเสียงดนตรีลักษณะแบบซ้ำ แบบเรียงเสียง และแบบข้ามเสียง
      คือข้อใด
                ก. พิสัยของทำนอง                                             ข. รูปแบบทำนองเพลง
                ค. จังหวะทำนองเพลง                                       ง. หลักเสียงทำนองเพลง
7. ทำนองเพลงสากล ข้อใดกล่าวถูกต้อง
                ก. ทิศทางการขับเคลื่อนของทำนองเพลงจะเคลื่อนที่ถึงขั้นสูงสุดเมื่อเนื้อหาเพลงถึงจุด
     สำคัญที่สุด
                ข. พิกัดทำนองเพลงแบ่งเป็น ทำนองเพลง และห้องเพลง
                ค. รูปร่างทำนองเพลง หมายถึง ความสั้นยาวของระดับเสียง
                ง. จังหวะของทำนอง หมายถึง แนวเส้นลากโน้ตตัวแรกตัวสุดท้าย
8.       เสียงใดเรียกว่าเสียงประสานจากการร้อง
ก. เสียงคลอ                                                                  ข. เสียงเคล้า
ค. เสียงลำลอง                                                             ง. ถูกทุกข้อ
9.       ข้อใดเป็นตัวอย่างเพลงสี่ท่อน
ก. เพลงนางครวญ                                                      ข. เพลงลาวครวญ
 ค. เพลงใบ้คลั่ง                                                           ง. เพลงลาวดวงเดือน
10.   เพลงชาติจัดอยู่ในรูปแบบข้อใด
ก. เอกบท                                                                      ข. ซองฟอร์ม
ค. ทวิบท                                                                       ง. ตรีบท
11.   ข้อใด ไม่ถูกต้อง
ก.      ลักษณะการขับร้องที่ดีผู้ร้องต้องร้องให้ถูกต้อง และแม่นยำ
ข.      การเอื้อน จะใช้พยัญชนะ ง อ ฮ
ค.      การร้องเพื่อให้ดนตรีรับ เรียกว่า “ร้องส่ง”
ง.       การร้องประสานเสียง คือ การร้องเพลงและทำนองเพลงเดียวกัน
12.   ข้อใด คือการฝึกออกเสียงสูง – ต่ำ ในการฝึกร้องเพลงไทย
ก.      ฝึกเสียงยาวถึงเสียงสั้น คือ 4 – 3 –2 –1 จังหวะ
ข.      ฝึกออกเสียง อือ เออ เงย เอย
ค.      ฝึกออกเสียงอา โดยผ่านลมหายใจเป็นจังหวะ
ง.       ฝึกร้องทั้งเพลงให้ถูกต้องทั้งเนื้อร้อง ทำนองเพลง
13.   การฝึกขับร้องเพลงไทยเหตุใดจึงต้องร้องให้ลงเครื่องประกอบจังหวะ
ก.      จะทำให้ร้องถูกต้องตามทำนองเพลง
ข.      เพื่อรักษาจังหวะในการร้องให้สม่ำเสมอ
ค.      เพราะจะทำให้เสียงร้องเข้ากับเสียง และจังหวะดนตรี
ง.       ช่วยให้ช่วงหายใจเหมาะสมกับเพลง
14.   ขลุ่ยเพียงออทำจากวัสดุข้อใด
ก. ไม้ไผ่                                        ข. ไม้ชิงชัน
ค. ท่อพลาสติก                             ง. ถูกทุกข้อ
ดูภาพประกอบ แล้วตอบคำถาม
                                  ก
                             ข
                              ค
 

 

                              ง
 

 

15.   ข้อใด หมายถึง รูเยื่อ
ก. ข้อ ก.                                        ข. ข้อ ข.
ค. ข้อ ค.                                        ง. ข้อ ง.
16.   ข้อใดหมายถึง รูร้อยเชือก
ก. ข้อ ก.                                        ข. ข้อ ข.
ค. ข้อ ค.                                        ง. ข้อ ง.
17.   ข้อใดหมายถึง รูปากนกแก้ว
ก. ข้อ ก.                                        ข. ข้อ ข.
ค. ข้อ ค.                                        ง. ข้อ ง.
18.   ข้อใดหมายถึง รู้นิ้วคำ
ก. ข้อ ก.                                        ข. ข้อ ข.
ค. ข้อ ค.                                        ง. ข้อ ง.
กำหนดให้             ก. เปิดนิ้วที่ 1 , 2 และ 3 เป่าลมปานลาง เป็นเสียงฟา
                                ข. เปิดนิ้วที่ 1 , 2 , 3 และ 4 เป่าลมปานกลางเป็นเสียงซอล
                                ค. เปิดนิ้วที่ 1 , 2, เป่าเบาๆ เป็นเสียงมี
                                ง. เปิดนิ้วที่ 1, 2 , 3, 4 และ 5 เป่าลมค่อนข้างแรง เป็นเสียงลา
19.   ข้อใดกล่าวผิด
ก. ข้อ ก.                                                ข. ข้อ ข.
ค. ข้อ ค.                                                ง. ข้อ ง.
กำหนดให้             ก. เปิดนิ้วที่ 1 , 2 และ 3 เป่าลมปานลาง เป็นเสียงฟา
                                ข. เปิดนิ้วที่ 1 , 2 , 3 และ 4 เป่าลมปานกลางเป็นเสียงซอล
                                ค. เปิดนิ้วที่ 1 , 2, เป่าเบาๆ เป็นเสียงมี
                                ง. เปิดนิ้วที่ 1, 2 , 3, 4 และ 5 เป่าลมค่อนข้างแรง เป็นเสียงลา
20.   ข้อใดหากเป่าลมแรงๆ จะกลายเป็นเสียงสูง
ก. ข้อ ก. และ ข้อ ข.                   ข. ข้อ ก. และ ข้อ ค.
ค. ข้อ ก. และ ข้อ ค.                   ง. ถูกทุกข้อ
21. วงปี่พาทย์ วงมโหรี และวงเครื่องสาย มีขึ้นในสมัยใด
                ก. สมัยกรุงสุโขทัย                            ข. สมัยกรุงศรีอยุธยา
                ค. สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ง. สมัยก่อนกรุงสุโขทัย
22. ข้อใดเป็นเพลงร้องมโหรี
                ก. เพลงหน้าพาทย์                            ข. เพลงเรือ
                ค. เพลงเกร็ด                                       ง. เพลงมหาชัย
23. ข้อใดเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
                ก. เพลงใกล้รุ่ง                                    ข. เพลงสายฝน
                ค. เพลงพรปีใหม่                               ง. ถูกทุกข้อ
24. เพลงไทยในสมัยสมัยปัจจุบันนี้แบ่งออกเป็นกี่ประเภทอะไรบ้าง
ก.      ประเภท คือ เพลงลูกทุ่ง เพลงสตริง
ข.      3. ประเภทคือ เพลงไทยสากล   เพลงลูกทุ่ง เพลงสตริง
ค.      4. ประเภทคือ เพลงไทยสากล   เพลงลูกทุ่ง เพลงสตริง และเพลงไทยเดิม
ง.       5. ประเภทคือ เพลงไทยสากล   เพลงลูกทุ่ง เพลงสตริง ไทยเดิม และเพลงเพื่อชีวิต
25. บุคคลที่มีจิตใจอ่อนหวาน นุ่มนวล และสุภาพ น่าจะเป็นบุคคลที่นิยมฟังเพลงประเภทใด
                ก. เพลงไทยเดิม                                 ข. เพลงสตริง
                ค. เพลงลูกทุ่ง                                     ง. เพลงเพื่อชีวิต
26. เพลงประเภทใดที่ทำให้ภาษาไทยวิบัติมากที่สุด
                ก. เพลงไทยเดิม                                 ข. เพลงสตริง
                ค. เพลงลูกทุ่ง                                     ง. เพลงเพื่อชีวิต
27. เพลงประเภทใดที่ไม่ต้องใช้ความสามารถหรือพรสวรรค์ในการร้องเพลงมากนัก
                ก. เพลงสตริง                                     ข. เพลงลูกทุ่ง
                ค. เพลงไทยเดิม                                 ง. เพลงไทยสากล
28. เพลงใดที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ
                ก. เพลงลาวดวงเดือน                       ข. เพลงเซิ้ง
                ค. เพลงหน้าพาทย์                            ง. เพลงทะเลบ้า
29. กลองประเภทใดที่ทำด้วยโลหะ
                ก. กลองทัด                                         ข. กลองยาว
                ค. กลองเส็ง                                        ง. กลองมโหระทึก
30. เพลงใดเป็นเพลงที่มีอัตราจังหวะ 2 ชั้น
                ก. เพลงลาวดวงเดือน                       ข. เพลงเขมรไทรโยค
                ค. เพลงกราวกีฬา                              ง. เพลงสาธุการ
31. ข้อใดเป็นต้นกำเนิดดนตรี
      ก. เทพเจ้า
      ข. สิ่งศักดิ์สิทธิ์
      ค. ธรรมชาติ
      ง. จักรวาล
32. เพลงสำหรับขับร้อง พัฒนามาจากข้อใด
     ก. ลำนำ
     ข. ฟ้าร้อง
     ค. เสียงสัตว์
     ง. เสียงบ่น
33. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีดมีส่วนใดสำคัญที่สุด
     ก. สาย
     ข. คันชัก
     ค. นิ้วมือ
     ง. กล่องบรรจุ
34. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีดพัฒนามาจากข้อใด
     ก. ธนู
     ข. ใบไม้
     ค. เขาสัตว์
     ง. หางสัตว์
35. เครื่องดนตรีข้อใด ที่พัฒนามาจากการเป่าเขาสัตว์
     ก. แคน
     ข. ขลุ่ย
     ค. แตร
     ง. ปี่
36. เครื่องดนตรีในข้อใด เป็นเครื่องสี
     ก. ระนาด
     ข. ซอ
     ค. ปี่
     ง. ฆ้อง
37. ระนาดทอง เป็นเครื่องดนตรีที่ทำมาจากวัสดุในข้อใด
     ก. ทองคำ
     ข. ทองแดง
     ค. ทองเค
     ง. ทองเหลือง
38. เครื่องดนตรีเกิดขึ้นเป็นชนิดแรกคือข้อใด
      ก. เครื่องดีด         ข. เครื่องสี
ค. เครื่องตี            ง. เครื่องเป่า
39. เครื่องดนตรีชนิดใด มิได้อยู่ในวงมโหรีเครื่องหก
ก. ระนาด                    ข. ซอสามสาย
ค. กระจับปี่ ง. ขลุ่ย
40. เครื่องดนตรีที่พัฒนามาใช้แทนการปรบมือ คือข้อใด
ก. ระนาด                    ข. ซอ
ค. ขลุ่ย                          ง. กรับ
41. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีดใช้หลักการในข้อใด
      ก. การเคลื่อนที่
      ข. แรงเฉื่อย
      ค. กระตกกระทบ
      ง. กระสั่นสะเทือน
42. เครื่องดนตรีชนิดใดไม่ใช่ เครื่องดีด
ก. พิณ                                          ข. จะเข้
ค. ปี่ไฉน                                      ง. กระจับปี่
43. เครื่องดนตรีชนิดใดที่ทำด้วยไม้
ก. โปงลาง                   ข. ฉิ่ง
ค. ฆ้องวง                                    ง. ฉาบ
44. เครื่องดนตรีชนิดใดทำด้วยโลหะ
ก. กรับพวง                 ข. ตะโพน
ค. ระนาดเอก                              ง. โหม่ง
45. เครื่องดนตรีชนิดใดที่ทำด้วยหนัง
ก. ระนาดทุ้ม                              ข. ฉิ่ง
ค. รำมะนา                  ง. ฆ้องคู่
46. เครื่องดนตรีในข้อใดเป็นเครื่องสี
      ก. พิณ
      ข. ซอด้วง
      ค. เปิงมาง
      ง.   ซึง
47. ข้อใดช่วยให้เกิดความฝืดในการเล่นดนตรีประเภทเครื่องสี
     ก. ยางสน
     ข. หางม้า
     ค. ขนนก
     ง. น้ำยาเคมี
48.      ภาพนี้ เรียกว่าอะไร
              ก. ระนาดทุ้ม
                ข. ระนาดเอก
                ค. ฆ้องวงเล็ก
                ง. ฆ้องวงใหญ่
49. เครื่องดนตรีชนิดใดเรียกชื่อตามลักษณะที่มองเห็น
       ก. กลองชาตรี
       ข. ซอสามสาย
       ค. ปี่ชวา
       ง. กรับ
50. เครื่องดนตรีชนิดใดเป็นเครื่องเป่า
       ก. พิณ
       ข. แคน
       ค. จะเข้
       ง.   ซอ
51. การฟังเพลงให้เกิดอารมณ์สนุกสนานต้องมีความรู้ในเรื่องใด
ก. ผู้ร้อง                                       ข. จังหวะ
ค. ทำนอง                                    ง. เนื้อเพลง
52. ข้อใดคือลักษณะเฉพาะของเพลงไทยเดิม
      ก. ต้องมีลูกคู่ร้องรับ
      ข. ร้องเฉพาะนักร้องหญิง
      ค. มีทำนองมากกว่าคำร้อง
      ง. นักร้องต้องแต่งกายแบบไทย
53. เพลงใดต่อไปนี้มีการเอื้อนน้อยที่สุด
      ก
     ช
     ต
 
 
ง. ฉิ่ง ฉับ / ฉิ่ง ฉับ / ฉิ่ง ฉับ/
54. เครื่องดนตรีไทยชนิดใดที่บรรเลงโดยการสี
ก. จะเข้                                        ข. พิณน้ำเต้า
ค. ขิม                                            ง. ซอ
55. ข้อใดเป็นเครื่องดนตรีที่ใช้วิธีบรรเลงเช่นเดียวกับจะเข้
ก. ซอ                                            ข. ซึง
ค. สะล้อ                                      ง. ขิม
56. เพราเหตุใดการร้องเพลงไทยต้องใช้ฉิ่งประกอบ
      ก. ช่วยกำกับจังหวะ
      ข. เพื่อประกอบทำนอง
      ค. เป็นสัญญาณให้ระวังตัว
      ง. ใช้แบ่งวรรคตอนเนื้อร้อง
57. ถ้าใช้ฉิ่งเคาะจังหวะเพลงวิหคเหินลมต้องตีแบบใด จึงจะไพเราะที่สุด
ก. 1 ชั้น                                      ข. 2 ชั้น
ค. 3 ชั้น                                      ง. 4 ชั้น
 
58. โน้ตเพลงเสียง ฟา ซอล ลา คือข้อใด
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

59.   เพลงสามชั้นฟังแล้วจะเกิดความรู้สึกอย่างไร
ก. สนุกสนาน                             ข. โกรธแค้น
ค. คร่ำครวญ                               ง. คึกคะนอง
60. เพลงเถาสามชั้น นิยมใช้ในสมัยใด
     ก. กรุงสุโขทัย
     ข. กรุงศรีอยุธยา
     ค. กรุงธนบุรี
     ง. กรุงรัตนโกสินทร์
61. เพลงลาวดวงเดือนเป็นเพลงที่ให้ความรู้สึกอย่างไร
ก. โศกเศร้า                                 ข. อาลัยลา
ค. น้อยใจ                                     ง. ผิดหวัง
62. เพลงขับร้องต่างจากเพลงบรรเลงอย่างไร
     ก.   เครื่องดนตรี
     ข. จังหวะ
     ค. มีเสียงนักร้อง
     ง. ความไพเราะ
63. ข้อใด ไม่ใช้ เพลงบรรเลง
     ก. เพลงโหมโรง
     ข. เพลงเถา
     ค. เพลงหน้าพาทย์
     ง. เพลงออกภาษา
64. ข้อใด ไม่ใช้ เพลงขับร้อง
ก. เพลงเถา                                  ข. เพลงตับ
ค. เพลงเกร็ด                               ง. เพลงเดี่ยว
65. จุดเด่นของการขับร้องเพลงไทยคือข้อใด
     ก. เสียงร้อง
     ข. การเอื้อน
     ค. ลีลาท่าทาง
     ง. อารมณ์
66. เพลงชนิดใดมีจังหวะช้าที่สุด
     ก. เพลงโหมโรง
     ข. เพลงชั้นเดียว
     ค. เพลงสองชั้น
     ง. เพลงสามชั้น
67. เครื่องกำกับจังหวะในการขับร้องเพลงไทย คือข้อใด
ก. ฉิ่ง                            ข. ฉาบ
ค. ระนาด                    ง. ซอ
68. ข้อใดเป็นเครื่องดนตรีที่ทำให้เราทราบจังหวะของเพลง
ก. ฉิ่ง                            ข. ฉาบ
ค. ระนาด                    ง. ซอ
69. โทนแตกต่างจากตะโพนตามข้อใด
ก. ขึงด้วยหนัง
ข. มีหน้าเดียว
ค. เป็นเครื่องให้จังหวะ
ง. ใช้มือตี
70. เครื่องดนตรีชนิดใด ขึงด้วยหนังทั้งสองหน้า
ก. กลองยาว
ข. รำมะนา
ค. โทน
ง. กลองแขก
71.   เสียงเครื่องเคาะจังหวะใด ฟังแล้วเกิดความรู้สึกสนุกครึกครื้น
      ก. กลองยาว                                                ข. ฉาบ
      ค. เกราะ                                      ง. กรับ
72. ข้อใดไม่ใช่เครื่องเคาะจังหวะที่ทำด้วยไม้ไผ่
      ก. เกราะ                                      ข. ฉาบ
     ค. โกร่ง                                        ง. กรับ
73. เครื่องเคาะจังหวะที่ไม่นิยมเล่นในอาคาร คือข้อใด
     ก. เกราะ
     ข. กรับ
     ค. โกร่ง
     ง. ฉิ่ง
74. เครื่องเคาะจังหวะข้อใด ที่ขึงด้วยหนัง
     ก. ฉิ่ง
     ข. ฉาบ
     ค. กรับ
     ง. กลอง
75. . “โทน” เมมีชื่อเรียกว่าอะไร
ก. ทับ                           ข. กรับ
ค. ตะโพน                   ง. กลอง

 

 
 
 
 
 

โรงเรียนบ้านหนองช้างคืน
อ.เมือง จ.ลำพูน 51150
โทร. 0-5354-1400
e-mail : nid@nongchangkuen.com

เว็บไซต์โรงเรียนหนองช้างคืนจัดทำและดูแลโดย อ.กัลยารัตน์ ณ วันจันทร์

Developed By www.web.cmprice.com

cmprice.com